บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศบทที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์บทที่ 3 เทคโนโลยีซอฟต์แวร์บทที่ 4 อินพุทเอาท์พุทบทที่ 5 หน่วยความจำบทที่ 6 การสื่อสารโทรคมนาคมและเครือข่ายบทที่ 7 ระบบฐานข้อมูลบทที่ 8 ประเภทของระบบสารสนเทศบทที่ 9 ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการบทที่ 10 เทคโนโลยีสารสนเทศกับอินเตอร์เน็ตบทที่ 11 จริยธรรมและความปลอดภัยบทที่ 12 แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต





ความเป็นมา

Sorry, your browser doesn't support Java(tm).  

        พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรืออีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) เริ่มขึ้นเมื่อประมาณต้นทศวรรษที่ 1970 โดยเริ่มจากการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงาย และในช่วงเริ่มต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น บริษัทเล็กๆ มีจำนวนไม่มากนัก ต่อมาเมื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange - EDI) ได้แพร่หลายขึ้น ประกอบกับคอมพิวเตอร์พีซีได้มีการขยายเพิ่มอย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บ ทำให้หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท เช่น การโฆษณา การซื้อขายสินค้า การซื้อหุ้น การทำงาน การประมูล และการให้บริการลูกค้า


ความหมาย (E-Commerce)

          พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมทุกรูปแบบโดยครอบคลุมถึงการซื้อขายสินค้า/บริการ การชำระเงิน การโฆษณาโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต


กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

        กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วย 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

•  แอพพลิเคชั่นของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

•  ปัจจัยทางการบริหาร

•  โครงสร้างพื้นฐาน


ประเภทสินค้าของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

        สำหรับสินค้าที่ซื้อขายในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำแนกได้ดังนี้

•  สินค้าที่มีลักษณะเป็นข้อมูลดิจิทัล (Digital Products)

•  สินค้าที่ไม่ใช่ข้อมูลดิจิทัล (Non-Digital Products)


พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มี 4 ประเภทหลัก ๆ คือ

•  ธุรกิจกับธุรกิจ (Business to Business หรือ B to B)

•  ธุรกิจและลูกค้า (Business to Consumers หรือ B to C)

•  ธุรกิจกับรัฐบาล (Business to Government หรือ B to G)

•  ลูกค้ากับลูกค้า (Consumers to Consumers หรือ C to C)


การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B

Sorry, your browser doesn't support Java(tm).  

        โมเดลของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to B มีหลายแบบ ที่สำคัญได้แก่ Seller oriented marketplace, และ Intermedialy-Oriented marketplace (Turban et al., 2000)

•  Seller oriented marketplace

ตามโมเดลนี้องค์การจะพยายามขายสินค้า/บริการของตนให้แก่องค์การอื่นผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

•  Buyer-Oriented Marketplace

โมเดลนี้มีจุดมุ่งหมายในการลดต้นทุนของสินค้าที่จะซื้อ หรือในตลาดที่มีการประมูลจากนั้นธุรกิจก็จะเสนอประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยผ่านไปยังเครือข่ายอินทราเน็ตของผู้ซื้อประกาศผู้ที่สามารถประมูลไปได้

•  Intermedialy-Oriented marketplace

โมเดลนี้เป็นตัวเชื่อมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยทำหน้าที่ในการสร้างตลาดขึ้นมา


พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B to C

Sorry, your browser doesn't support Java(tm).  

        แอพพลิเคชั่นของการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แบบ B to C

•  ร้านค้าปลีกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Retailing)

•  การโฆษณา

•  แคตตาล็อกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic catalog)

•  ธนาคารไซเบอร์ (Cyberbanking) หรือ Electronic banking หรือ Virtual bangking

•  ตลาดแรงงานออนไลน์ (Online job market)

•  การท่องเที่ยว

•  อสังหาริมทรัพย์

•  การประมูล (Auctions)


ขั้นตอนการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต

        ขั้นตอนของการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตแบบ B to B มี 5 ขั้นตอน คือ

•  การค้นหาข้อมูล

•  การเลือกและการต่อรอง

•  การซื้อสินค้า/บริการทางอินเทอร์เน็ต

•  การจัดส่งสินค้า/บริการ

•  การบริการหลังการขาย


พฤติกรรมของลูกค้า

        การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีลูกค้าอยู่ 2 ประเภท คือ

•  ตัวบุคคล

•  องค์การ


การวิจัยทางการตลาด

        การวิจัยทางการตลาดที่ต้องการหาแรงจูงในที่ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้า/บริการบนอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญมากขึ้นโมเดลในการทำวิจัยเพื่ออธิบายพฤติกรรมของลูกค้า


โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิค (Technical Infrastructure)

        การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องอาศัยฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์จำนวนมาก องค์ประกอบที่สำคัญ คือ เครือข่าย เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server) การสนับสนุนเว็บเซิร์ฟเวอร์ และซอฟท์แวร์ที่ใช้ทำธุรกรรม และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต


ระบบการจ่ายเงินอิเล็กทรอนิกส์

•  เช็คอิเล็กทรอนิกส์ (E-checks)

•  เครดิตการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic credit cards)

•  การจ่ายเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic cash หรือ Digital cash หรือ e-money)

•  การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Fund Transfer-EFT)


การสนับสนุนการบริการอื่น ๆ ให้ลูกค้า

        มีเครื่องมือหลายประเภทที่ให้บริการลูกค้าออนไลน์ได้ เช่น

•  เว็บเพจส่วนตัว (Personalized web Page)

•  ห้องสนทนา (Chat rooms)

•  อีเมล์ (E-mail)

•  FAQs (Frequent Answers and Questions)

•  ความสามารถในการติดตามงาน (Tracking Capabilities)

•  ศูนย์โทรศัพท์โดยใช้เว็บ (Web-based call centers)

การรักษาความปลอดภัย

        ความต้องการการรักษาความปลอดภัย (security requirements)

•  ความสามารถในการระบุตัวตนได้ (Anthentication)

•  ความเป็นหนึ่งเดียวของข้อมูล (Integriry)

•  ความไม่สามารถปฏิเสธได้ (Non-repudiation)

•  สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)

  •  ความปลอดภัย (Safety)
  • วิธีการรักษาความปลอดภัย

    •  การใช้รหัส (Encryption)

    •  ใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic certificate)

    •  โปรโตคอล (Protocols)


    ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

            ประโยชน์ของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีทั้งในระดับบุคคล องค์การ สังคม และระบบเศรษฐกิจ

    •  ประโยชน์ต่อบุคคล

    •  ประโยชน์ต่อองค์การ/ธุรกิจ

    •  ประโยชน์ต่อสังคม

    •  ประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ


    ข้อจำกัดเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส

    •  ข้อจำกัดด้านเทคนิค

    •  ข้อจำกัดด้านกฎหมาย

    •  ข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ

    •  ข้อจำกัดด้านอื่น ๆ

    ........................................................................................................................................................................................................................................................
    Copyright 2003, North - Chiang Mai University, All right reserved
    North - Chiang Mai University 169 M. 3 ,Hong Kaew,Hang Dong, Chiang Mai , 50230
    Tel. 0-5342-7310, 0-5342-7438-41 Fax. 0-5342-7311
    Comments & Suggestions are welcome : itmaster@thaimail.com